คำพิพากษาล่าสุดที่ 33856 ลงวันที่ 5 กันยายน 2024 ของศาลฎีกา ได้ให้ข้อคิดที่สำคัญเกี่ยวกับการกระทำความผิดฐานยักยอกทรัพย์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเกี่ยวกับบทบาทของทนายความ (Notary) และความรับผิดชอบของพวกเขาในด้านภาษี จำเลยคือ A.A. ถูกตัดสินว่ามีความผิดฐานยักยอกเงินที่จัดสรรไว้สำหรับการชำระภาษีอากรแสตมป์ ซึ่งเป็นพฤติกรรมที่ก่อให้เกิดประเด็นทางกฎหมายที่ซับซ้อนและมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อวิชาชีพทนายความ (Notary)
ในกรณีนี้ ทนายความ (Notary) A.A. ถูกกล่าวหาว่ายักยอกทรัพย์จากการยักยอกเงินที่จัดสรรไว้สำหรับการชำระภาษีสำหรับเอกสารที่จดทะเบียนโดยทนายความ (Notary) ศาลอุทธรณ์ปาแลร์โมได้ยืนยันคำตัดสินลงโทษ โดยให้เหตุผลว่าทนายความ (Notary) ในฐานะเจ้าหน้าที่ของรัฐ มีหน้าที่ต้องนำเงินจำนวนดังกล่าวส่งมอบให้แก่กรมสรรพากร อย่างไรก็ตาม ฝ่ายจำเลยได้โต้แย้งการตีความดังกล่าว โดยอ้างว่าทนายความ (Notary) ไม่ได้ปฏิบัติหน้าที่ในฐานะเจ้าหน้าที่ของรัฐในขณะชำระภาษี แต่ปฏิบัติหน้าที่เฉพาะในขั้นตอนการร่างเอกสารเท่านั้น
ศาลฎีกาได้ยืนยันอีกครั้งว่าทนายความ (Notary) มีความรับผิดชอบในการชำระภาษีอากรแสตมป์ ร่วมกับคู่สัญญา สำหรับเอกสารที่จดทะเบียน โดยยืนยันสถานะของทนายความ (Notary) ในฐานะเจ้าหน้าที่ของรัฐ
คำพิพากษาได้กล่าวถึงประเด็นทางกฎหมายหลายประการ รวมถึง:
ศาลได้ชี้แจงว่าหน้าที่ของรัฐของทนายความ (Notary) ไม่ได้สิ้นสุดลงเมื่อมีการร่างเอกสาร แต่ยังรวมถึงภาระผูกพันทางภาษีด้วย ดังนั้น การกระทำความผิดฐานยักยอกทรัพย์จึงสามารถเกิดขึ้นได้ในกรณีที่มีการยักยอกเงินที่ได้รับมาเพื่อวัตถุประสงค์ดังกล่าว
คำพิพากษาที่กำลังวิเคราะห์นี้ถือเป็นการเตือนที่สำคัญสำหรับผู้ประกอบวิชาชีพด้านทนายความ (Notary) ทุกคน โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการจัดการเงินที่ได้รับเพื่อการชำระภาษีอย่างรอบคอบ และชี้ให้เห็นว่าการละเมิดภาระผูกพันดังกล่าวอาจนำไปสู่ผลทางอาญาที่สำคัญ เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งที่ทนายความ (Notary) จะต้องเข้าใจความรับผิดชอบของตนอย่างถ่องแท้ และปฏิบัติตนตามกฎหมายที่บังคับใช้อยู่เสมอ เพื่อหลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่อาจเข้าข่ายการกระทำความผิดฐานยักยอกทรัพย์