คำพิพากษาล่าสุดของศาลฎีกา แผนกที่ 6 เลขที่ 30316 ลงวันที่ 23 กรกฎาคม 2024 ได้ให้ความกระจ่างที่สำคัญเกี่ยวกับเรื่องการทารุณกรรมในครอบครัวและเงื่อนไขของการจับกุมในกรณีความรุนแรงในครอบครัว การตัดสินใจนี้มีความจำเป็นเนื่องจากการอุทธรณ์ของอัยการสูงสุดต่อคำสั่งของศาล Larino ซึ่งไม่ได้ให้สัตยาบันการจับกุม A.A. ผู้ถูกกล่าวหาว่าทารุณกรรม โดยอาศัยการตีความที่ผิดพลาดเกี่ยวกับสถานการณ์ใกล้จะเกิดเหตุ
ผู้พิพากษาเพื่อการสอบสวนเบื้องต้นได้พิจารณาว่าไม่มีเงื่อนไขของการเกิดเหตุ แม้ว่าผู้เสียหายจะมีร่องรอยความรุนแรงที่ชัดเจน อย่างไรก็ตาม อัยการได้เน้นย้ำว่าหลักฐานที่รวบรวมได้ในขณะที่เจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมายเข้าแทรกแซง แสดงให้เห็นถึงบริบทของความรุนแรงที่เกิดขึ้นเป็นประจำ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผู้หญิงคนนี้เคยยื่นคำร้องในอดีต ซึ่งเป็นปัจจัยที่ควรพิจารณาถึงความต่อเนื่องของพฤติกรรมที่รุนแรง
สถานะของการเกิดเหตุอาชญากรรมการทารุณกรรมในครอบครัวสามารถเกิดขึ้นได้เมื่อเหตุการณ์ที่ก่อให้เกิดอันตรายแต่ละครั้งไม่ได้แยกออกจากกัน แต่มีความต่อเนื่องที่ชัดเจนกับพฤติกรรมการข่มเหงที่เกิดขึ้นซ้ำๆ
ศาลฎีกาได้ยืนยันอีกครั้งว่าร่องรอยความรุนแรงที่พบในตัวผู้เสียหาย ประกอบกับคำให้การต่อเจ้าหน้าที่ ถือเป็นหลักฐานเพียงพอที่จะถือว่าการจับกุมนั้นชอบด้วยกฎหมาย การตัดสินใจนี้ตั้งอยู่บนหลักการทางกฎหมายที่ได้รับการยอมรับ ซึ่งกำหนดว่าในกรณีที่มีพฤติกรรมความรุนแรงที่เกิดขึ้นเป็นประจำ อาชญากรรมการทารุณกรรมในครอบครัวจะต้องได้รับการจัดการด้วยความเร่งด่วนและความใส่ใจที่จำเป็น
ดังนั้น ศาลจึงได้ยกเลิกคำสั่งที่ถูกอุทธรณ์ โดยประกาศว่าการจับกุมนั้นชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความจำเป็นในการตอบสนองที่ทันท่วงทีและเหมาะสมจากหน่วยงานในสถานการณ์ความรุนแรงในครอบครัว
คำพิพากษานี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการคุ้มครองผู้เสียหายจากการทารุณกรรมในครอบครัว ศาลฎีกาได้เน้นย้ำถึงหลักการที่ว่าความรุนแรงในครอบครัวจะต้องไม่ถูกมองว่าเป็นเหตุการณ์ที่แยกจากกัน แต่เป็นปรากฏการณ์ที่ซับซ้อนและต่อเนื่องซึ่งต้องการการแทรกแซงที่ทันท่วงทีและเด็ดขาด เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งที่ผู้เสียหายจากความรุนแรงในครอบครัวจะสามารถพึ่งพาระบบกฎหมายที่สามารถรับประกันความปลอดภัยและการคุ้มครองพวกเขาได้ โดยหลีกเลี่ยงไม่ให้ความกลัวต่อการแก้แค้นทำให้เสียงของพวกเขาเงียบลงไปอีก