คำสั่งล่าสุดของศาลฎีกา ฉบับที่ 38005 ปี 2022 ได้ให้ข้อคิดที่สำคัญเกี่ยวกับประเด็นการดูแลบุตรในสถานการณ์การหย่าร้างของคู่สมรส โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมีการตัดสินลงโทษทางอาญาต่อผู้ปกครองคนใดคนหนึ่ง ในกรณีนี้ ศาลได้ยืนยันการให้สิทธิการดูแลบุตรแต่เพียงผู้เดียวแก่แม่ โดยเน้นย้ำว่าพฤติกรรมของอดีตสามีซึ่งถูกตัดสินลงโทษในข้อหาก่อการระราน ส่งผลกระทบเชิงลบต่อผลประโยชน์ของบุตร
ศาลอุทธรณ์เมืองโบโลญญาได้มีคำสั่งให้สิทธิการดูแลบุตรสาว C.C. แต่เพียงผู้เดียวแก่แม่ B.B. แล้ว โดยกำหนดให้การพบปะกับบิดา A.A. ต้องอยู่ภายใต้การควบคุมของหน่วยงานสังคมสงเคราะห์ การตัดสินใจนี้มีพื้นฐานมาจากคำพิพากษาคดีอาญาที่ตัดสินลงโทษ A.A. เป็นเวลาสองปีสี่เดือนในข้อหาอาชญากรรมร้ายแรง รวมถึงการก่อการระรานต่อแม่ ซึ่งเกิดขึ้นต่อหน้าบุตรสาว ศาลได้เน้นย้ำว่าข้อเท็จจริงดังกล่าวสามารถนำมาใช้เป็นหลักฐานในคดีแพ่งเพื่อประกอบการพิจารณาการหย่าร้างได้โดยชอบด้วยกฎหมาย
ศาลได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการพิจารณาผลประโยชน์ของบุตรเป็นเกณฑ์พื้นฐานในการกำหนดการดูแลบุตร
ในเรื่องการดูแลบุตร หลักการสำคัญคือผลประโยชน์สูงสุดของบุตร ตามที่กำหนดไว้ในมาตรา 337 ter แห่งประมวลกฎหมายแพ่ง หลักการนี้หมายความว่าผู้พิพากษาต้องประเมินว่าผู้ปกครองคนใดมีความเหมาะสมที่สุดในการจัดหาสภาพแวดล้อมที่สงบสุขและส่งเสริมการเจริญเติบโตของบุตร ในกรณีนี้ ศาลเห็นว่าความร้ายแรงของพฤติกรรมของ A.A. ได้สร้างสภาพแวดล้อมที่ไม่ปลอดภัยและน่าหวาดกลัวสำหรับ C.C. ซึ่งเป็นเหตุผลที่สมควรในการให้สิทธิการดูแลบุตรแต่เพียงผู้เดียวแก่แม่
คำพิพากษาของศาลฎีกาถือเป็นบรรทัดฐานที่สำคัญสำหรับการตัดสินใจในอนาคตเกี่ยวกับเรื่องการดูแลบุตร โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสถานการณ์ที่ผู้ปกครองคนใดคนหนึ่งมีพฤติกรรมที่เข้าข่ายความผิดทางอาญา คำพิพากษานี้เน้นย้ำถึงความจำเป็นในการวิเคราะห์สถานการณ์ที่เกี่ยวข้องกับการหย่าร้างและการดูแลบุตรอย่างละเอียด โดยคำนึงถึงผลประโยชน์สูงสุดของบุตรเสมอ คำพิพากษานี้เตือนเราว่าในกฎหมายครอบครัว การกระทำของผู้ปกครองสามารถส่งผลกระทบโดยตรงและสำคัญต่อสวัสดิภาพของบุตร และเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งที่จะต้องรับประกันสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยและได้รับการคุ้มครองสำหรับพวกเขา