คำสั่งที่ 10810 เมื่อวันที่ 22 เมษายน 2024 ที่ออกโดยศาลฎีกา ให้ข้อคิดที่สำคัญเกี่ยวกับวิธีการโอนส่วนเกินภายในกลุ่มบริษัท โดยเน้นย้ำถึงเงื่อนไขที่จำเป็นเพื่อให้การโอนดังกล่าวมีผลบังคับใช้กับหน่วยงานการเงิน คำพิพากษามุ่งเน้นไปที่มาตรา 43-ter แห่งพระราชกฤษฎีกาฉบับที่ 602 ปี 1973 ซึ่งควบคุมการดำเนินงานประเภทนี้โดยเฉพาะ
มาตรา 43-ter วรรค 2 แห่งพระราชกฤษฎีกาฉบับที่ 602 ปี 1973 ตามที่ได้รับการแก้ไขเพิ่มเติมตามกาลเวลา กำหนดว่าการโอนส่วนเกินสามารถเกิดขึ้นได้แม้จะไม่มีพิธีการบางอย่างที่กำหนดไว้ในมาตรา 69 และ 70 แห่งพระราชกฤษฎีกาฉบับที่ 2440 ปี 1923 ประเด็นนี้มีความสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากช่วยลดความซับซ้อนของขั้นตอนสำหรับบริษัทที่ดำเนินงานภายในกลุ่ม โดยลดภาระด้านเอกสาร
การโอนส่วนเกินภายในกลุ่ม - มาตรา 43-ter วรรค 2 แห่งพระราชกฤษฎีกาฉบับที่ 602 ปี 1973 - การปฏิบัติตามพิธีการตามมาตรา 69 และ 70 แห่งพระราชกฤษฎีกาฉบับที่ 2440 ปี 1923 - การละเว้น - ผลบังคับใช้ - เงื่อนไข ในเรื่องการโอนส่วนเกินภายในกลุ่ม ตามมาตรา 43-ter วรรค 2 แห่งพระราชกฤษฎีกาฉบับที่ 602 ปี 1973 ตามที่แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา 11 วรรค 1 ตัวอักษร e) ข้อ 1 แห่งพระราชกฤษฎีกาฉบับที่ 542 ปี 1999 และในข้อความก่อนการนำวรรค 2-bis มาใช้ ซึ่งเพิ่มโดยมาตรา 2 วรรค 3 แห่งพระราชกฤษฎีกาฉบับที่ 16 ปี 2012 ซึ่งได้รับการอนุมัติพร้อมการแก้ไขโดยกฎหมายฉบับที่ 44 ปี 2012 การโอนโดยไม่ปฏิบัติตามพิธีการตามมาตรา 69 และ 70 แห่งพระราชกฤษฎีกาฉบับที่ 2440 ปี 1923 จะมีผลบังคับใช้กับหน่วยงานการเงิน โดยมีเงื่อนไขว่าบริษัทผู้โอนได้ระบุรายละเอียดของบุคคลผู้รับโอนและจำนวนเงินที่โอนไว้ในแบบแสดงรายการภาษีเงินได้แล้ว
หลักการนี้ชี้แจงว่า แม้ว่าพิธีการจะมีความสำคัญ แต่การละเว้นพิธีการดังกล่าวก็ไม่ส่งผลกระทบต่อผลของการโอน อย่างไรก็ตาม เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งที่บริษัทผู้โอนจะต้องกรอกแบบแสดงรายการภาษีเงินได้ให้ถูกต้อง เนื่องจากสิ่งนี้ถือเป็นพื้นฐานสำหรับความถูกต้องของการดำเนินงาน
คำพิพากษาที่ 10810 ปี 2024 ถือเป็นก้าวสำคัญในการลดความซับซ้อนของขั้นตอนทางภาษีสำหรับบริษัทที่ดำเนินงานเป็นกลุ่ม บริษัทได้ให้กรอบที่ชัดเจนเกี่ยวกับเงื่อนไขที่ต้องปฏิบัติตามเพื่อให้การโอนส่วนเกินมีผลบังคับใช้ บริษัทต่างๆ ต้องให้ความสนใจกับการกรอกแบบแสดงรายการภาษีให้ถูกต้อง เพื่อให้แน่ใจว่ามีการปฏิบัติตามกฎระเบียบที่บังคับใช้อย่างสมบูรณ์ และเพื่อป้องกันข้อโต้แย้งใดๆ จากหน่วยงานการเงิน