คำพิพากษาของศาลฎีกา ฉบับที่ 21087 ปี 2015 ให้ข้อคิดที่สำคัญเกี่ยวกับการประเมินค่าความเสียหายทางจิตใจในกรณีการเสียชีวิตของญาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ศาลได้พิจารณาข้อพิพาทเกี่ยวกับการประสบอุบัติเหตุจากการทำงาน และได้กำหนดหลักการพื้นฐานเกี่ยวกับการประเมินค่าความเสียหายทางจิตใจที่ยอมรับแก่ครอบครัวของผู้เสียชีวิตอย่างเป็นธรรม
ในกรณีนี้ ศาลอุทธรณ์ปาแลร์โมได้ลดจำนวนเงินค่าเสียหายทางจิตใจที่ศาลชั้นต้นเมืองเซียคคาได้ประเมินไว้ในตอนแรก ผู้ยื่นอุทธรณ์ ซึ่งเป็นบิดามารดาและญาติของผู้เสียชีวิต ได้ยื่นอุทธรณ์คำตัดสินดังกล่าว โดยอ้างว่าการลดจำนวนเงินนั้นไม่สมเหตุสมผลและขาดแรงจูงใจที่เพียงพอ ดังนั้น คำพิพากษานี้จึงได้เปิดการอภิปรายที่สำคัญเกี่ยวกับความจำเป็นในการมีแรงจูงใจที่ชัดเจนและละเอียดในการประเมินค่าความเสียหายทางจิตใจ
การประเมินค่าความเสียหายทางจิตใจอย่างเป็นธรรมต้องคำนึงถึงความร้ายแรงของเหตุการณ์และสภาพส่วนบุคคลของบุคคลนั้น
ศาลได้ยอมรับเหตุผลในการอุทธรณ์ของครอบครัว โดยเห็นว่าศาลอุทธรณ์ได้ละเมิดหลักการแห่งความเป็นธรรมและแรงจูงใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ศาลได้เน้นย้ำว่า:
คำพิพากษานี้สอดคล้องกับหลักการทางกฎหมายที่ศาลฎีกาได้กำหนดไว้แล้ว ซึ่งระบุว่าการประเมินค่าความเสียหายอย่างเป็นธรรมต้องพิจารณาถึงลักษณะเฉพาะของแต่ละกรณีเสมอ
ศาลฎีกา ด้วยคำพิพากษาฉบับที่ 21087 ปี 2015 ได้ย้ำถึงความสำคัญของแรงจูงใจในกฎหมายแพ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเกี่ยวข้องกับการประเมินค่าความเสียหายทางจิตใจ คำตัดสินของศาลอุทธรณ์ได้ถูกยกเลิก โดยมีการส่งเรื่องกลับเพื่อทำการประเมินใหม่ เพื่อให้มีการให้เหตุผลที่เพียงพอต่อการคำนวณค่าเสียหาย โดยเคารพสิทธิของญาติของผู้เสียชีวิต นี่เป็นก้าวสำคัญสู่ความยุติธรรมที่เท่าเทียมและโปร่งใสยิ่งขึ้น ซึ่งตระหนักถึงคุณค่าของความทุกข์ทรมานของมนุษย์ในสถานการณ์ของการสูญเสียครั้งใหญ่